คลิปวีดีโอ » ขโมยรถมาจำนำ ลุงวัย 87 เสียรู้โดนไป 50,000 บาท (คลิป)

ขโมยรถมาจำนำ ลุงวัย 87 เสียรู้โดนไป 50,000 บาท (คลิป)

11 พฤษภาคม 2019
1406   0

สุรินทร์-ยืมรถไปส่งของ แต่กลับเอารถไปจำนำ หลอกว่ารถของตัวเอง เดียวเอาเล่มมาให้ ได้เงินหนีหายเงียบ สูญเงินกว่า 50,000 บาท

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากกู้ภัยฮุก 31 จุดรัตนบุรี ว่า น.ส.นงเยาว์  กะนันตัง อายุ 52 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 48 หมู่ 2 ต.เสียว อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ เมื่อประมาณกลางเดือนมีนาคม นางกมลฯ ได้มายืมรถไปส่งของ เดี๋ยวจะมารับ แต่เมื่อกลับมา ได้บอกกับ น.ส.นงเยาว์ ว่าได้นำรถไปจำนำ

น.ส.นงเยาว์ จึงได้ติดตามทวงถามหลายครั้ง ทุกครั้งก็เกิดปากเสียงกันตลอด และนางกมลฯ ก็ไม่ยอมบอกว่ารถอยู่ไหน จนนางสาวนงเยาว์ กะนันตัง ได้ข่าวจากทางตำรวจเจ้าของคดีว่ารถน่าจะอยู่ในอำเภอสนม จึงได้ขอความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัยฮุก31จุดรัตนบุรี และจุดย่อยสนม เพื่อช่วยตามหา จนพบเจอรถของผู้เสียหายมาจอดอยู่ภายใน สภ.สนม

จากนั้น น.ส.นงเยาว์  กะนันตัง จึงเข้าแจ้งความ กับ ร.ต.อ.เสฏฐวุฒิ นิลจันทร์ รอง (สว.สืบสวน) สภ.สนม พร้อมได้นำเอกสารเกี่ยวกับรถ เพื่อมาขอรับรถคืน โดยบอกกับ ร.ต.อ.เสฏฐวุฒิ นิลจันทร์ ว่า รถยี่ห้อโตโยต้า  รุ่นวีโก้  สีขาว หมายเลขทะเบียน  ผฉ 4370 อุบลราชธานี เป็นของตน

ร.ต.อ.เสฏฐวุฒิ นิลจันทร์ จึงบอกว่า รถคันดังกล่าว ได้มีผู้นำรถมาแจ้งความไว้ เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2562 นายสุข พุดโมก อายุ 87 ปี  ที่อยู่ บ้านเลขที่ 55/1  หมู่ 1 ต.แคน อ.สนม จ.สุรินทร์ ได้แจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 เวลาประมาณ  11.00 น. ได้มีนางกมล วันศรอายุ 44 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่  25 หมู่ 3 ต.โดด  อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ  ได้ขอกู้ยืมเงินนายสุขฯ จำนวน 50,000 บาท 

โดยนำรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า  รุ่นวีโก้  สีขาว หมายเลขทะเบียน ผฉ 4370  อุบลราชธานี  อ้างว่ารถยนต์คันดังกล่าว เป็นของตน และนำมาเป็นหลักค้ำประกันเงินกู้ และอ้างว่าวันหลังจะนำสมุดคู่มือรถมาให้ เพื่อจะนำเงินไปใช้หนี้  นายสุขฯ จึงให้นางกมลฯ กู้ยืมเงินดังกล่าวไป โดยกำหนดชำระเงินคืน ประมาณต้นเดือนเมษายน 2562

ต่อมานายสุขฯ ไม่สามารถติดต่อนางกมลฯ ได้อีก และทราบภายหลังว่า รถยนต์คันดังกล่าว ไม่ใช่ของนางกมลฯ  และเกรงว่าอาจเป็นรถยนต์ที่ได้มาจาการกระทำผิด นายสุขฯ จึงนำรถยนต์มาเก็บรักษาไว้ที่ สภ.สนม ในวันที่ 6 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา

ร.ต.อ.เสฏฐวุฒิ นิลจันทร์ จึงประสานติดต่อไปยัง นายสุข พุดโมก ให้ทราบว่ามีเจ้าของรถมารับรถคืนแล้ว ให้นำกุญแจรถมาด้วยที่ สภ.สนม หลังตรวจสอบแล้ว เห็นว่า น.ส.นงเยาว์ฯ มีเอกสารรถครบถูกต้อง น่าเชื่อว่าเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถ ที่แท้จริง

จึงได้มอบรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า  รุ่นวีโก้  สีขาว หมายเลขทะเบียน  ผฉ 4370 อุบลราชธานี  ให้แก่นางสาวนงเยาว์ฯ ผู้มีกรรมสิทธิ์ หรือผู้มีสิทธิครอบครอง ไปใช้ประโยชน์ หรือเก็บรักษาต่อไป โดยนายสุข พุดโมก ไม่คัดค้านแต่อย่างใด

นายสุข พุดโมก เล่าว่า นางกมลฯ มาหาขอกู้ยืมเงินตนจำนวน 50,000 บาท จะนำเงินไปใช้หนี้ ธกส. โดยนำรถยนต์มาค้ำประกัน บอกว่าเป็นรถของตน และบอกว่าวันหลังจะนำสมุดคู่มือรถมาให้ ผ่านไปหลายวันตนโทรไปก็ไม่ติด ไม่สามารถติดต่อได้เลย

จากการสอบถาม นาย สมควร ฆ้องอินตะ อายุ 58ปี สามีของ น.ส.นงเยาว์ (เจ้าของรถ) เล่าว่า เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562 ได้มีนางกมลฯ ได้มาขอยืมรถตน เพื่อขับไปส่งยางรถยนต์มือสองให้แก่ลูกค้าฯ  ตนเห็นว่าเป็นคนรู้จักสนิทสนมกัน จึงให้รถแก่นางกมลฯไป

หลายวันก็ไม่ยอมส่งคืน ตนจึงทวงถาม แต่นางกมลฯ ไม่ยอมให้ บอกว่าเอารถไปจำนำ ตนจึงถามว่ารถอยู่ที่ไหน แต่นางกมลฯ ก็ไม่ยอมบอก ตนจึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.จ.ศรีสะเกษ เป็นหลักฐานไว้  และได้ติดตามจนทราบว่า รถยนต์คันดังกล่าว จอดไว้ที่ สภ.สนม และได้นำเอกสารเกี่ยวกับรถ เพื่อมาขอรับรถคืน

ร.ต.อ.เสฏฐวุฒิ นิลจันทร์ รอง (สว.สืบสวน) สภ.สนม จึงฝากเตือนประชาชนว่า ปัจจุบันนี้มีมิจฉาชีพเข้ามาหลวกลวง ฉอโกงเราหลายรูปแบบ อย่างเช่นของคุณตาที่มาแจ้งความ เขามาขอกู้ยืมเงิน 50,000 บาท แล้วก็นำรถยนต์เข้ามาค้ำประกันการกู้ยืม

นายสุข พุดโมก อายุ 87 ปี (ผู้ถูกหลอกจำนำ)
นาย สมควร ฆ้องอินตะ อายุ 58ปี สามีของ น.ส.นงเยาว์ (เจ้าของรถ)

ซึ่งคุณตาก็ไม่ได้ตรวจสอบว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร มีหลักฐานหรือไม่ ด้วยความที่เป็นคนแก่ก็สงสารเขาจึงให้เขากู้ยืมเงินไป แล้วก็เอารถไว้โดยไม่ได้ตรวจสอบให้ดี ซึ่งข้อเท็จจริงนั้น คนร้ายเขาขโมยมาเอามาจำนำไว้ คุณตาก็เสียรู้คนร้ายเงินก็ยังไม่ได้คืน ทางตำรวจก็พยายามที่จะสืบสวนสอบสวนเพื่อจะเอาตัวคนผิดมาลงโทษ

ในวิธีการป้องกันนั้น เราสามารถที่จะปรึกษาคนที่มีความรู้เรื่องกฎหมาย หรือว่า ลูกหลานเราที่มีความรู้ การที่เราจะให้ใครกู้ยืมเงินก่อนควรทำอย่างไร ก็มีหลักฐานเป็นหนังสือ ต้องมีพยานยินยอมรู้เห็น และหลักฐานเกี่ยวกับการประกันก็สำคัญ

ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือหลักทรัพย์ประกัน ควรตรวจสอบหลักฐานให้ดีเสียก่อน ว่าคนที่มาคนที่มากู้ยืมเงินแล้วเอาหลักทรัพย์มาประกันเป็นทรัพย์สินของเขาหรือไม่ ถ้าเป็นทรัพย์สินของเขาเราก็ควรตรวจสอบว่ามีหลักฐานไหม เพื่อเป็นการป้องกันการถูกหลอกลวง เป็นการป้องกันในระดับเบื้องต้นครับ

ภาพ/ข่าว สมศักดิ์ ตระกูลสุข ข่าวสนมนิวส์