ข่าวเด่น » ธารน้ำใจช่วยครอบครัวถูกไฟไหม้บ้านทั้งหลัง บ้านหัวงัว สุรินทร์

ธารน้ำใจช่วยครอบครัวถูกไฟไหม้บ้านทั้งหลัง บ้านหัวงัว สุรินทร์

20 กุมภาพันธ์ 2017
395   0

ธารน้ำใจช่วยครอบครัวถูกไฟไหม้บ้านทั้งหลัง บ้านหัวงัว อ.สนม จ.สุรินทร์ ที่ไฟไหม้บ้านยายวัย 72 ปี อาศัยอยู่กับหลานชาย อายุ 9 ปี บ้านขนาดสองชั้นถูกเพลิงเผาเสียหายทั้งหลัง หมดตัวไม่สามารถนำทรัพย์สินในบ้านออกมาได้แม้แต่ชิ้นเดียว

เมื่อคืนวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังจากรายงานข่าวออกไป มีเหตุไฟไหม้บ้านขนาดสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ที่บ้านหัวงัว ต.หัวงัว อ.สนม จ.สุรินทร์ เจ้าของบ้านคือ นางสีดา สำอาง อายุ 72 ปี เลขที่ 80 หมู่ 8 บ้านหัวงัว ต.หัวงัว อ.สนม จ.สุรินทร์ โดยผู้อยู่ในเหตุการณ์ ได้ประสานรถดับดับเพลิง จาก เทศบาลตำบลสนมและ อบต.ใกล้เคียง เข้าไปช่วยเหลือ แต่เมื่อรถดับเพลิงเดินทางไปถึง ไฟได้ไหม้บ้านเสียหายหมดทั้งหลังแล้ว

ทั้งนี้เนื่องจากพื้นที่ ต.หัวงัว อบต.หัวงัว ไม่มีรถน้ำดับเพลิง และไม่มีอาสากู้ภัยประจำตำบล ทำให้ต้องขอรับการสนับสนุนจากพื้นที่อื่นซึ่งอยู่ไกลทำให้ล่าช้า ไม่ทันต่อเหตุการณ์ แม้ชาวบ้านจะพยายามช่วยกันอย่างเต็มที่แต่ไม่สามารถดับเพลิงได้เพราะไฟไหม้อย่างรวดเร็วเสียหายทั้งหลัง และเจ้าของบ้านไม่สามารถนำทรัพย์สินต่างๆ ภายในบ้านออกมาได้เลย

นางสีดา สำอาง อายุ 72 ปี เจ้าของบ้านถูกไฟไหม้ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุอยู่บ้านกับหลานเพียง 2 คน คือ ด.ช.วรพจน์ สำอาง อายุ 9 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.3 โรงเรียนบ้านหัวงัวแท่นวิทยา ส่วนลูก 4 คน ทำงานที่กรุงเทพฯ  โดยก่อนเกิดเหตุตนกับหลานได้ไปนั่งเล่นคุยกับเพื่อนบ้าน นางพิมลา พิมพ์ลา อายุ 75ปี บ้านเลขที่ 24 ม.8 และดูทีวีอยู่ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านตน ก่อนได้ยินเสียงเรียกตะโกนจากชาวบ้านที่อยู่ใกล้กันบอกว่าไฟไหม้ๆ และตนได้ยินเสียงดังและไฟไหม้จากชั้นบนของบ้านก่อน ตนรีบวิ่งไปที่บ้านจะนำสิ่งของมีค่าออกมา แต่หลานของตนได้ดึงแขนไว้พร้อมเสียงร้องไห้ของหลาน ไม่ให้เข้าไปเพราะในขณะนั้นไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว จากนั้นตนกับหลานตกใจทำอะไรไม่ถูกเลย มีชาวบ้านได้โทรศัพท์แจ้งรถน้ำให้มาช่วยดับเพลิง และชาวบ้านพยายามมาช่วยกันดับ แต่ไฟได้โหมลุกไหม้อย่างรุนแรงรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง และเมื่อรถดับเพลิงมาถึง ไฟได้ไหม้บ้านเสียหายทั้งหมดแล้ว

ผู้สืบข่าวสอบถามความเสียหายเบื้องต้น มีเครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี ตู้เย็น พัดลม เสื้อผ้า และ เงินสดอีก 15,000 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท แหวน 1 วง ผ้าไหมอีก 17 ผืน และบ้านเรือนทั้งหลังถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด มูลค่าความเสียหาย มากกว่า 500,000 บาท

และเมื่อวันนี้ 20 ก.พ. เวลา 9.30 น. ผู้มีจิตศัทธานำสิ่งของมามอบช่วยเหลือ นำโดย “พระครูปริยัติสุทธิวงศ์” (พระมหาคำเพียร) เจ้าอาวาสวัดบ้านหัวงัว เจ้าคณะตำบลหัว ประธานศูนย์พัฒนาคุณธรรมจริยธรม จังหวัดสุรินทร์ ประธานมูลนิธิหลวงปู่เหมือน ญาณธัมโม สาขาสุรินทร์พร้อมคณะตัวแทน และพระครูสังฆรักษ์สุธี สุชาโน เลขานุการเจ้าคณะตำบลหัวงัว มอบเงิน 2,200 บาท และจักรยาน 1 คัน พัดลม 1 เครื่อง ข้าวสาร 1 กระสอบปุ๋ย พร้อมสิ่งของอำนวยความสะดวกเบื้องต้น แก่นางสีดา สำอางค์ และพระครูปริยัติสุทธิวงศ์ กล่าวให้กำลังใจในการดำเนินชีวิตด้วย

ในวันเดียวกัน 20 ก.พ. เวลา 10.00 น. นายสุริยา บุตรจินดา นายอำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจแก่ นางสีดา สำอางค์ พร้อมมอบเงินเยียวยา จำนวนเงิน 6,500 บาท 

หลังจากนางสีดา สำอางค์ ได้รับมอบสิ่งของต่างๆ พร้อมขวัญกำลังใจแล้ว สีหน้าของนางสีดา สำอางค์ และหลาน รู้สึกยิ้มแย้มขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่คืนเกิดเหตุจนถึงเช้า สีหน้าโศกเศร้ามาก ไม่ยอมทานข้าว แม้เพื่อนบ้านจะพยายามพูดให้กำลังใจก็ไม่ลดความเสียใจโศกเศร้าไปได้ ตอนนี้นางสีดา สำอางค์และหลาน มีกำลังใจดีขึ้นมากแล้ว หน่วยงานต่างๆก็เริ่มทยอยนำสิ่งของมาบริจาคสมทบขึ้นเรื่อยพร้อมกับให้กำลังใจต่อนางสีดา สำอางค์