อำเภอสนมจัดพิธีบำเพ็ญกุศลลครบ1ปีวันสวรรคต ร.9

อำเภอสนม จัดพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ วัดศรีสว่างโคกสะอาด ตำบลสนม อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์

 

วันนี้ (13 ตุลาคม 60) อำเภอสนม จัดพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมี นายคณัสชนม์ ศรีเจริญ นายอำเภอสนม เป็นประธานในพิธีฯ บำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน โดยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบลในเขตอำเภอสนม จำนวน 10 รูป และหน่วยงานราชการต่างๆ กำนันผู้ใหญ่บ้านผู้นำท้องถิ่น ประชาชนอำเภอสนม เข้าร่วมพิธีฯ ณ วัดศรีสว่างโคกสะอาด ตำบลสนม อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย พระองค์ทรงเปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ประชาชนดำรงอยู่ด้วยความสุขสงบร่มเย็นบนพื้นฐานแห่งความพอเพียงมาจนถึงทุกวันนี้ ทรงเป็นที่เคารพรักและเทิดทูนอย่างสูงสุดของข้าราชการ และประชาชน ทุกหมู่เหล่าอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย

ภาพ/ข่าว/เรียบเรียง สมศักดิ์

ข่าว-สนมนิวส์ สุรินทร์

น้ำตาซึม ตูบใจสลาย นอนเฝ้าร่างอันไร้วิญญาณเจ้าของที่เลี้ยงมาไม่ยอมไปไหน

คำกล่าวที่ว่า “สุนัขเป็นเพื่อนแท้ของมนุษย์” นั้น เป็นคำกล่าวที่ถูกต้องอยู่เสมอ เพราะสุนัขถ้าเป็นสัตว์เลี้ยงของใคร มันก็จะรักและจงรักษ์ภักดีกับคนนั้นแบบที่เรียกว่า ยอมตายแทนเจ้าของได้เลยทีเดียว และเรื่องราว-ภาพถ่ายที่สนมนิวส์จะนำมาให้ชมวันนี้ก็เช่นกัน เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าเจ้าตูบรักเจ้าของแค่ไหน

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2560 เฟสบุ๊คทางมูลนิธิร่วมใจอุทัยธานี ได้โพสต์ภาพ และข้อความว่า “น้ำตาซึม ตูบใจสลาย นอนเฝ้าร่างอันไร้วิญญาณเจ้าของที่เลี้ยงมาไม่ยอมไปไหน” จากกรณีคุณยายได้รับอุบัติเหตุเสียชีวิต ทำให้เจ้าตูบนอนเฝ้าร่างอันไร้วิญญาณของคุณยายที่เลี้ยงมันมา เมื่อโลกโซเซียลเห็นแล้วก็สลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ข้อความต้นฉบับ

วันนี้(11 ตุลาคม 2560)เวลา 4.10น. ทางมูลนิธิร่วมใจอุทัยธานี ได้รับแจ้งจากทางตำรวจ สภ.บ้านไร่ว่ามีอุบัติเหตุรถชนคนเดินเท้ามีผู้เสียชีวิต1ราย บริเวณบ้านพุต่อ ทางมูลนิธิร่วมใจอุทัยธานีจึงจัดกำลังออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุ บริเวณถนนเส้น บ้านไร่-หนองฉาง หมู่บ้านสวนพลู หมู่5 ต.ทัพหลวง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงชราหนึ่งราย ไม่ทราบชื่อ-สกุล อายุประมาณ 70 กว่าปี นอนจมกองเลือดอยู่ พร้อมกับมีสุนัขที่เลี้ยงไว้นอนเฝ้าร่างอันไร้วิญญาณอยู่ไม่ห่าง ทางมูลนิธิร่วมใจจึงจัดการห่อศพและนำส่งชันสูตรพลิกศพที่โรงพยาบาลบ้านไร่ สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการที่ศรีษะถูกกระแทกอย่างรุนแรงจนกะโหลกแตกและแขนขาหัก แต่แพทย์และทางตำรวจยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร เพราะไม่พบรถคู่กรณีที่ชน ไม่มีคนเห็นเหตุการณ์ในขณะที่เกิดเหตุ ไม่มีเศษชิ้นส่วนของรถตกอยู่ รวมถึงบริเวณดังกล่าวเป็นบริเวณที่เปลี่ยวไม่มีบ้านคนอาศัยอยู่บริเวณนั้น แต่ทางญาติไม่ได้ติดใจเอาความใดๆทั้งสิ้น ทางมูลนิธิฯ จึงจัดการทำแผล อาบน้ำศพ เปลี่ยนเสื้อผ้าศพ แล้วส่งศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

สอบถามญาติทราบว่ายายที่เสียชีวิต มีอาการ หลงๆลืมๆ จำอะไรไม่ได้ อาศัยอยู่กับลูกซึ่งเป็นคนหูหนวก และนอนคนละห้องกัน พอตกดึกยายชอบออกจากบ้านเดินไปหาคนนู้นคนนี้อยู่บ่อยๆ ซึ่งถ้ามีคนเห็นก็จะนำกลับมาส่งบ้าน แต่เมื่อคืนนี้ยายหนีออกไปไม่มีคนเห็นว่ายายออกไปไหนออกไปตอนไหน มาพบอีกทีก็เป็นศพแล้วในเวลา 4.00น

 

ต้นฉบับโพสต์คลิก

ภาพข่าว มูลนิธิร่วมใจอุทัยธานี

สมศักดิ์ สนมนิวส์ จ.สุรินทร์ รายงาน

เยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบสิ่งของอุปโภค บริโภค ผู้สูงอายุและผู้ยากไร้ อ.สนม

เยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบสิ่งของอุปโภค บริโภค แก่ผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงและผู้ยากไร้ในพื้นที่ ตำบลหัวงัว ซึ่งมีจำนวน 25 ราย อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2560 เวลา 08.30 น. นายคณัสชนม์ ศรีเจริญ นายอำเภอสนม พร้อมด้วย พ.จ.อ.พัทยา ด่านสมัคร ปลัดป้องกัน นางนพรัตน์ ตรงศูนย์ สาธารณสุข อ.สนม และ นายอุดร ห้าวหาญ นายก อบต.หัวงัว นายสิทธิชัย นามทอง กำนันตำบลหัวงัว ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ รพ.สต.หัวงัว และ ทีม อสม. ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ ทีม DHB (District Health Board) บูรณาการนโยบายกระทรวงมหาดไทยและ กระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ ตำบลหัวงัว อ.สนม จ.สุรินทร์ ในการดูแลสุขภาพ และดูสภาพความเป็นอยู่จริง ของผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงและผู้ยากไร้ในพื้นที่ ตำบลหัวงัว ซึ่งมีจำนวน 25 ราย พร้อมทั้งมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค แก่ผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงและผู้ยากไร้ในครั้งนี้ด้วย

 

ภาพ/ข่าว/เรียบเรียง สมศักดิ์

ข่าว-สนมนิวส์ สุรินทร์

ต่อคิวยาว ผู้มีรายได้น้อยแห่ใช้บัตรรูดปื๊ดๆ ซื้อสินค้าทวีกิจอำเภอสนม

ต่อคิวยาว ผู้มีรายได้น้อยแห่ใช้บัตรรูดปื๊ดๆ ซื้อสินค้าทวีกิจอำเภอสนม ผู้มีรายได้น้อยกลัวเงินในบัตรถูกตัด แห่ใช้บัตรรูดซื้อสินค้าจนแน่น

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา นายคณัสชนม์ ศรีเจริญ นายอำเภอสนม พร้อมด้วย พ.จ.อ.พัทยา ด่านสมัคร ปลัดป้องกัน นางนพรัตน์ ตรงศูนย์ สาธารณสุข อ.สนม ได้เข้าไปพบปะประชาชนที่มารอซื้อของร้านทวีกิจ อ.สนม พร้อมสอบถามปัญหา นายอำเภอสนม จึงมอบหมายให้สาธารณสุขอำเภอจัดเจ้าหน้าที่ อสม.ให้มาดูแลสุขภาพประชาชน และให้ป้องกันอำเภอ จัดเต้นท์และเก้าอี้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนชรา และประชาชน

และเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม จึงได้นำเต้นท์และเก้าอี้เพื่อมาอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน บรรยากาศที่ร้านทวีกิจ อ.สนม จ.สุรินทร์ เข้าร่วมโครงการรัฐบาล ธงฟ้าประชารัฐ พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ หลังประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีรายได้น้อย ใช้บัตรเพื่อรูดซื้อสินค้า ผู้มีรายได้น้อยกลัวเงินในบัตรถูกตัด แห่ใช้บัตรรูดซื้อสินค้าจนแน่น ยืนต่อคิวยาวหลายชั่วโมง ปัญหาคือเครื่องคิดเงินหรือเครื่องใช้รูดบัตรมีแค่เครื่องเดียวทำให้ล่าช้า เพราะประชาชนมีจำนวนมาก อีกทั้งการยื่นรอนานๆ ทำให้ปวดเมื่อยโดยเฉพาะผู้สูงวัย

 

ภาพ/ข่าว/เรียบเรียม สมศักดิ์ สนมนิวส์ จังหวัดสุรินทร์

หนุ่ม รปภ. เจองูเหลือมยักษ์เขมือบปางตาย

หนุ่ม รปภ. วัย 37 ปี เจองูเหลือมยักษ์ยาวประมาณ 7 เมตร เขมือบปางตาย ขณะเดินกลับบ้าน แต่หนุ่มรปภ.ฮึดสู้สุดชีวิต

ในเฟสบุคที่ชื่อ risdawaty nababan รายงานเหตุการณ์สุดระทึกไม่คาดคิด เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวัย 37 ปี ขณะเดินกลับบ้าน ถูกงูเหลือมยักษ์ ความยาวประมาณ 7 เมตร นอนขวางถนนอยู่และเลื้อยหวังเขมือบ แต่หนุ่มรปภ.คนนี้ฮึดสู้สุดชีวิต

โดยงูเหลือมยักษ์ดังกล่าวได้งับเข้าที่แขนซ้ายของหนุ่มรปภ. ได้รับบาดแผลลึกมาก ในระหว่างดิ้นรนต่อสู้กับงูเหลือมยักษ์เพื่อเอาชีวิตรอด ก็มีเพื่อนผ่านมาเจอและช่วยเหลือไว้ทัน และในขณะเดียวกับชาวบ้านในบริเวณนั้นผ่านมาเห็นเหตุการณ์ก็เข้ามาช่วยเหลือด้วย ทำให้หนุ่ม รปภ.ได้บาดเจ็บสาหัส เป็นแผลแขนที่ซ้ายจาการถูกงูเหลือมยักษ์กัด จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

ส่วนงูเหลือมยักษ์นั้น ได้ถูกชาวบ้านฆ่าตายและลากไปยังหมู่บ้าน โดยชาวบ้านจับงูยักษ์ขึงไว้กับต้นไม้ เห็นแล้วน่ากลัวสุดๆ เหตุการณ์นี้ขึ้นในอินโดนีเซีย

 

ขอบคุณภาพ Risdawaty Nababan

บุกไล่ล่าโจรลักลอบตัดไม้พยุง เมืองช้างสุรินทร์ (คลิป)

บุกไล่ล่าโจรลักลอบตัดไม้พยุง เมืองช้างสุรินทร์ ชุดปฎิบัติการวัดเขาศาลาโดย นายดาบตำรวจ สามทิศ ลาพันธ์ ต.ช.ด.และทหารพรานจากกรมทหารที่26 ร่วมกับพระสงฆ์ติดตามขบวบการลักลอบตัดไม้พยุงในเขตพื้นที่พุทธอุทยานวัดเขาศาลาฯ

 วันที่ 4 ตุลาคม 2560 เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีกลุ่มลักลอบเข้าไปตัดไม้ในป่า โดยการลำเลียงทางน้ำใช้แกลลอนพูกกับไม้ที่ตัดเป็นท่อนเพื่อลำเลียง ทีมข่าวสนมนิวส์ ลงพื้นที่ร่วมชุดปฏิบัติการเขาศาลา เมื่อรับแจ้งจึงได้ลาดตระเวนในพื้นที่ที่ได้รับแจ้ง ได้พบร่องรอยการขนไม้จึงได้ออกติดตาม

ชุดปฎิบัติการวัดเขาศาลาโดย นายดาบตำรวจ สามทิศ ลาพันธ์ ต.ช.ด.และทหารพรานจากกรมทหารที่26 ร่วมกับพระสงฆ์ติดตามขบวบการลักลอบตัดไม้พยุงในเขตพื้นที่พุทธอุทยานวัดเขาศาลาฯ ในขณะที่ออกติดตามนั้นเห็นแสงไฟในป่าชุดปฎิบัติการจึงเข้าไปที่แสงไฟ และพบชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งกำลังขนไม้ เมื่อชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้พากันวิ่งหลบหนีทิ้งกองไม้เอาไว้ และได้นำหลักฐานออกนอกพื้นที่ เพื่อทำการตรวจสอบต่อไป

นี่คือความตั้งใจของพระสงฆ์และเจ้าหน้าที่ ที่ช่วยกันปกป้องรักษาทรัพยากรของชาติไว้ ด้วยใจ ถึงแม้นพื้นที่พุทธอุทยานวัดเขาศาลาฯที่มีพื้นที่กว่าหมื่นไร่มีกำแพงล้อมรอบความยาวกว่า 25 กิโลเมตร แต่พระสงฆ์และเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการวัดเขาศาลาฯก็ยังลาดตระเวนปกป้องเต็มที่เพื่อรักษาทรัพยากรของชาติ ด้วยใจรักและหวงแหน

ภาพข่าว เหยี่ยวข่าวสนมนิวส์ สุรินทร์
เรียบเรียง สนมนิวส์ สมศักดิ์

มิสแกรนด์สุรินทร์ 2017 ออกมาขอโทษจากใจ

มิสแกรนด์สุรินทร์ 2017 ตั๊ก ปวีณ์พร วิศาลศาสตร์บำรุง ออกมาขอโทษหลายๆฝ่าย และกล่าวขอบคุณ สปอนเซอร์ทุกๆท่านที่สนับสนุนการประกวด มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017 ซึ่ง ปวีณ์พร วิศาลศาสตร์บำรุง (ตั๊ก ) ได้โพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัว

 

วันนี้ 1 ตุลาคม 2560 นางสาว ปวีณ์พร วิศาลศาสตร์บำรุง (ตั๊ก) ได้มีการโพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า วันนี้ตั๊กขออนุญาตใช้พื้นที่ Social พูดอะไรจากใจในฐานะ มิสแกรนด์สุรินทร์ 2017 หน่อยนะคะ ก่อนอื่นเลยหนูต้องบอกเลยว่าการได้มาดำรงตำแหน่ง มิสแกรนด์สุรินทร์ 2017 ถือว่าเป็นสิ่งมีค่าและมีเกียรติมากต่อชีวิตของหนูและครอบครัว ถึงแม้ว่าหนูอาจจะไม่ใช่ผู้ชนะตัวจริงในวันประกวดมิสแกรนด์สุรินทร์ แต่เมื่อหนูได้รับโอกาสนี้มาแล้ว หนูก็ภูมิใจมากและไม่มีวันไหนเลยที่หนูไม่เต็มที่กับการได้มีโอกาสทำหน้าที่เพื่อเป็นตัวแทนชาวสุรินทร์ที่รักของหนู ดังนั้น วันนี้หนูจึงขอถือโอกาสทั้งขอบคุณและขอโทษทุกคนที่อยู่เบื้องหลังนะคะ
– หนูต้องขอขอบคุณ PD พี่มะเหมี่ยวที่เลือกหนูในวันนั้นให้โอกาสได้มาเป็นมิสแกรนด์สุรินทร์ 2017 ในวันนี้ และต้องขอโทษพี่มะเหมี่ยวด้วยเช่นกันที่นำหลายปัญหาหลายอย่างไปให้พี่ต้องปวดหัว
– หนูขอขอบคุณพี่วิชชี่,พี่บุ๋มบิ๋ม ขอบคุณมากๆที่ดูแลช่วยเหลือหนูทุกอย่างตั้งแต่ก่อนเข้ากองฯ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ จนจบการประกวดเลย หนูเห็นตลอดว่าพี่ๆเต็มที่กับหนูมากๆ และเช่นเดียวกันหนูเองก็ต้องขอโทษพี่ทั้งสองและครอบครัวด้วยนะคะ ที่หนูเองมีการเข้าใจผิดเองที่อาจจะไม่เข้าใจในกระบวนการทำงานของพวกพี่ๆ จนความเข้าใจผิดของหนูนั้นส่งผลให้พี่ๆต้องเดือดร้อนจนกลายเป็นปัญหาที่ลามไปถึงคนอื่นๆ ซึ่งหนูยอมรับว่าหนูผิดเอง หนูขอโทษจากใจจริงๆค่ะ ซึ่งตอนนี้หนูรู้ว่าไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้ หนูคงทำได้เพียงยอมรับผิดในสิ่งที่หนูพลาดพลั้งไปหรือตัวหนูเองรู้เท่าไม่ถึงการและอยากขอโทษพวกพี่ด้วยใจจริงๆอีกครั้ง หวังว่าพี่จะให้อภัยหนูด้วยนะคะ
– ที่ขาดไม่ได้เลยหนูต้องขอขอบคุณสปอนเซอร์ทุกๆท่านเลยที่สนับสนุนหนูตลอดการประกวด มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017 ถ้าไม่มีท่านหนูก็คงไม่สามารถเป็นหนูได้สวยงามบนเวทีขนาดนั้นได้ และหนูก็ต้องขอโทษที่อาจจะยังไม่มีโอกาสไปขอบคุณท่านด้วยตนเอง เนื่องด้วยหลังจากกลับมาหนูก็มีภารกิจทั้งเรื่องเรียนและอื่นๆต้องรีบสะสาง แต่สัญญาว่าถ้ามีโอกาสหนูจะรีบไปขอบคุณทุกท่านด้วยตัวเองแน่นอนค่ะ
– สุดท้าย หนูอยากขอบคุณ PD-พี่มะเดื่อ (พีดีใหม่ของมิสแกรนด์สุรินทร์ 2018) ทั้งที่หนูยังไม่เคยคุยกับพี่เขาเลยสักครั้ง แต่หนูเห็นเพจทางการของมิสแกรนด์สุรินทร์ อัพเดตหนูตลอด หนูไม่รู้ว่ากองประกวดใหม่ทราบเรื่องราวอะไรด้วยหรือไม่ แต่ขอบคุณจริงๆที่ยังให้เกียรติและคุณค่าในตำแหน่ง มิสแกรนด์สุรินทร์ 2017 ของหนูนะคะ และหวังว่าจะได้รับโอกาสไปช่วยพี่ในงานประกวด มิสแกรนด์สุรินทร์ 2018 ในปีหน้านะคะ 

ตั๊ก ปวีณ์พร วิศาลศาสตร์บำรุง
มิสแกรนด์สุรินทร์ 2017

การพูดคุยกับทีมงานพี่เลี้ยงและสปอร์เซอร์ โดยมี อดีต ส.ส.ปกรณ์ มุ่งเจริญพร นั่งรับฟังด้วย ณ AMAZON ปตท.สุรินทร์ ซึ่งอดีต ส.ส.ปกรณ์ มุ่งเจริญพร (สปอร์เซอร์ ) ยังได้กล่าวว่า ทุกคนมีหน้าที่การงาน การที่เรามาร่วมช่วยกันทำ เสียสละก็เพื่อชื่อเสียงจังหวัดสุรินทร์ของเรา อยากให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ หากอะไรไม่เข้าใจกันหรือมีอะไรที่สื่อสารไม่ตรงกัน ก็ให้เราหันหน้าคุยกันเพื่อจะได้เข้าใจซึ่งกันและกัน เรามีจุดมุ่งหมายเดียวกันเพื่อสร้างชื่อเสียงจังหวัดสุรินทร์ของเรา

 

ข้อความโพสต์ นางสาว ปวีณ์พร วิศาลศาสตร์บำรุง (ตั๊ก) 

 

คลิกโพสต์ต้นฉบับ : Nongtak Paweeporn

ทีมข่าว สนมนิวส์ จังหวัดสุรินทร์

เจอหนักยับ 2 หลัง บ้านหนองพยอม อ.สนม จ.สุรินทร์

เจอหนักยับ 2 หลัง ต้นปามล์ อายุกว่า 70 ปี ล้มลงมาทับ บ้านหนองพยอม อ.สนม จ.สุรินทร์

วันนี้ 28 กันยายน 2560 เวลา 15.00 น. เหตุเกิดฝนตกลมกระโชกแรง พัดเอาต้นปามล์ อายุกว่า 70 ปี ล้มลงมาทับ บ้านนาย สุริยา เลไทสงค์ กำนันตำบลนานวน อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 47 บ้านหนองพยอม หมู่ที่ 11 และ นางบุญเรียบ เลไทสงค์ บ้านเลขที่ 2 บ้านหนองพยอม ต.นานวน อ.สนม จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นญาติกันได้รับความเสียหาย

 

ภาพ/ข่าว วิค คนบ้านฮ่อง

เรียบเรียง สนมนิวส์

ฝนตกลมพัด พังยับ อ.กาบเชิง

ฝนตกลมพัด พังยับ ต.คูตัน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบความเสียหาย

วันที่ 28 กันยายน 2560 เวลา 14.00 น.โดยประมาณ เกิดเหตุความเสียหายจากวาตภัย ในพื้นที่ ม.2,7,9 ต.คูตัน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่ อบต.คูตัน ร่วมกับ ส.อบต. และผู้ใหญ่บ้าน เข้าตรวจสอบความเสียหาย เพื่อหาแนวทางช่วยเหลทอต่อไป

ถนนคอนกรีตชำรุด บ้านแคนใหญ่ ต.แคน อ.สนม (ชมคลิป)

ถนนคอนกรีตชำรุด บ้านแคนใหญ่ ต.แคน อ.สนม

27 กันยายน 2560 รับแจ้งจากชาวบ้านถนนคอนกรีตชำรุด บ้านแคนใหญ่ หมู่ที่ 2 ตำบลแคน อำเภอสนม เหล็กโผล่ สัญจรลำบากเสี่ยงอันตราย ลงพื้นที่ดูสภาพจริง

ลงพื้นที่ดูถนนตามแจ้ง ตรวจสอบถนน

ลงพื้นที่ดูถนนตามแจ้ง ตรวจสอบถนน

 

26 กันยายน 2560 ลงพื้นที่ดูถนนตามที่พี่น้องประชาชนแจ้ง บริเวณเส้นทาง บ้านศิริถาวรเล็ก ไปยังบ้านทุ่งสว่าง ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างอำเภอสนมกับอำเภอจอมพระ ถนนที่ไปดูเป็นถนนในเขตพื้นที่ ตำบลหนองอียอ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูถนนเส้นนี้ด้วยนะครับ

 

มือถือกล้องหน้าเซลฟี่สุดโหด 24MP vivo V7

เปิดตัวแล้วเรียบร้อยกับมือถือเน้นเซลฟี่ vivo V7+ ที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ซึ่งรุ่นนี้ให้กล้องเซลฟี่มาแบบจัดเต็มเพราะมาพร้อมกับกล้องหน้าสุดโหดความละเอียด 24MP พร้อมหน้าจอขอบบางแบบ FullView ตามสมัยนิยม กับราคาเปิดตัวแค่หมื่นนิดๆ เท่านั้นเอง ส่วนไทยวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศ 28 กันยายน 2560 ราคา11,990 บาท

รายงานว่า Vivo ได้แถลงข่าวเปิดตัวสมาร์ทโฟน รุ่น วีโว่ วี 7 พลัส ( Vivo V7+) จุดเด่นอยู่ที่เทคโนโลยีกล้องหน้า 24 เมกะพิกเซล กล้องหลัง 16 เมกะพิกเซล หน้าจอแบบฟูลวิวไร้ขอบ ชิพควอลคอมม์ อ็อคต้าคอร์ 4GB RAM, 64 GB ROM ระบบการปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุ ด Funtouch OS 3.2 บนพื้นฐาน Android 7.1 ทำให้การทำงานของเครื่องไม่สะดุด

สำหรับ กล้องหน้า ความละเอียด 24 เมกะพิกเซล รูรับแสง f2.0 เพื่อให้เซลฟี่ดูสวยใส เป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะแสงมากหรือแสงน้อย ผ่านโหมดใบหน้าสวยเวอร์ชั่น 7.0 (Face Beauty 7.0) โหมดภาพถ่ายบุคคล สร้างเอฟเฟ็กต์ระยะชัดลึกให้โดยอัตโนมัติ

มีเทคโนโลยีอัจฉริยะ Smart Split 3.0, ใช้แอพพลิเคชั่นได้หลายแอพ ได้พร้อมกันในหน้าจอเดียว เพียงใช้ 3 นิ้ว ลากลงมาที่หน้าจอ ก็สามารถแบ่งการใช้งานออกเป็น 2 ส่วน App Clone ใช้งานแอพพลิเคชันด้วยบัญชี 2 บัญชีพร้อมกันเช่น ไลน์ รวมถึงระบบจดจำใบหน้าเพื่อปลดล็อกโทรศัพท์ V7+ วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศ 28 กันยายน 2560 ราคา11,990 บาท

 

  • หน้าจอ IPS ขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด HD (1440 x 720)
  • กระจกหน้าจอ 2.5D Gorilla Glass 3
  • CPU : Snapdragon 450
  • RAM : 4GB
  • ความจุ : 64GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ถึง 256GB
  • กล้องหลัง : 16MP, f/2.0 แฟลช LED คู่
  • กล้องหน้า : 24MP, f/2.0, เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.78 นิ้ว พร้อมไฟเซลฟี่แบบ Moonlight Glow
  • การเชื่อมต่อ : 4G VoLTE, Wi-Fi, Bluetooth v4.2
  • เซ็นเซอร์ : accelerometer, ambient light sensor, digital compass, proximity sensor
  • ระบบเสียง AK4376A Hi-Fi Audio
  • วิทยุ FM
  • ระบบสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่อง
  • แบตเตอรี่ : 3225 mAh
  • ขนาดเครื่อง : 155.87 x 75.47 x 7.7 มม.
  • น้ำหนัก : 160 กรัม
  • ระบบ : Android 7.1.2 ครอบด้วย FunTouch OS 3.2
  • สีที่วางจำหน่าย : สีดำด้าน และสีทอง

 

ข้อมูลจาก : androidauthority /เดลินิวส์