หนึ่งเดียวในโลก “เฮาปลึงกระแบ็ย”  เขยฝรั่งแข่งไถนาโชว์พ่อตา-แม่ยาย ชาวไทย (ชมคลิป)

หนึ่งเดียวในโลก “เฮาปลึงกระแบ็ย”  เขยฝรั่งแข่งไถนาโชว์พ่อตา-แม่ยาย ชาวไทย

วันนี้(22 พ.ค.61)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่บ้านปันรัว ม.5 ต.ตาเบา อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ได้จัดงานเฮาปลึงกระแบ็ย ภาษาเขมรพื้นเมืองสุรินทร์ หรือพิธีเรียกขวัญควาย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้ เด็ก เยาวชน ประชาชนในท้องถิ่น ได้เล็งเห็นความสำคัญของศิลปะวัฒนธรรมจารีตประเพณีอันดีงาม เป็นการอนุรักษ์ฟื้นฟู ประเพณีและวัฒนธรรมของท้อถิ่นและส่งเสริมพัฒนาหมู่บ้านให้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

โดยมี นายเกษมศักดิ์ แสนโภชน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยนายประภาศ  ศรีจันทร์เวียง นายอำเภอปราสาท, นายพานี  น่าชม กำนันตำบลตาเบา  , นางเนตรนภา  เหมือนวาจา นายกอบต.ตาเบา ,ปศุสัตว์อำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการ ในอำเภอปราสาท เจ้าหน้าที่พนักงาน อบต.  รพ.สต.ตาเบา คณะครูนักเรียน ผู้นำชุมชนในตำบลตาเบา และราษฎรในพื้ที่และเขตใกล้เคียง กว่า 2,000 คน

สีสันตลอดกิจกรรมเฮาปลึงกระแบ็ย  หรือพิธีเรียกขวัญควาย  คือคาราวานกองเวียนขนบรรดาเครื่องเซ่นไหว้ไปยังศาล ปู่ตา ที่อยู่ริมท้องทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน โดยมีนายอำเภอปราสาท นั่งเกวียนร่วมกับนายกอบต.ตาเบา  การประกวดควายสวยงาม และการแต่งการกระบือแบบขบขันหรือ ควายแฟนซี  นิทรรศการการตำข้าวซ้อมมือ การหุงข้าวแบโบราณ การสาวไหม การทอผ้า การประกวดธิดาเฮาปลึงกระแบ็ย  และสีสัน ที่เป็นไลท์ที่ทุกๆคนรอคอย คือ การแข่งขันไถนาของเขยฝรั่ง นานาชาติ ที่มาได้ภรรยาลูกหลานบ้านปันรัวแห่งนี้ ต้องรับขวัญ ต้องไถนาเป็น กันทุกคน เพื่อแสดงถึงความแข็งแรง ให้พ่อตา แม่ยาย เห็นท่ามกลางกองเชียร์จำนวนมาก

คลิปเขยฝรั่งแข่งไถนาโชว์พ่อตา-แม่ยาย

ภาพ/ข่าว สุธน สำราญล้ำ ผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์

สมศักดิ์ ตระกูลสุข ข่าวสนมนิวส์

ผมไม่รู้ !! ไม่ได้หลับใน ไม่ได้เมา ขับรถมาดีๆ รู้อีกทีลงข้างทางแล้ว (ชมคลิป)

ผมไม่รู้ !! ไม่ได้หลับใน ไม่ได้เมา ขับรถมาดีๆ รู้อีกทีลงข้างทางแล้ว เผยพึ่งกลับจากงานศพบ้านญาติที่ บ้านนางแคบ อ.สนม

เมื่อวันที่ 20 พ.ค.61 เวลา 19.25 น.รับแจ้งจากพลเมืองดี นาม อพปร.บุญช่วย พวงจันทร์ มาพบรถตกข้างทาง เส้นถนน โรงเรียนหนองสนิทวิทยา มุ่งหน้าบ้านสำโรง ถนนหมายเลข 2333 กู้ชีพหนองสนิท พร้อมรถโมบาย ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ รถโตโยต้าวีโก้สีขาว ทะเบียน. 1 ฒถ 2826 กทม. ลงข้างถนนฝั่งถนนไกล้แยกสำโรง ต.หนองสนิท อ.จอมพระ ลักษณะพลิกตะแคงซ้าย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงประสานขอรถน้ำ อบต.หนองสนิท  ให้การช่วยเหลือลากขึ้น

กู้ชีพหนองสนิท พยายามช่วยเหลือด้วยการการลากรถ แต่เจออุปสรรค์หลายอย่าง กว่าจะลากขึ้นได้ ใช้เวลาร่วม 30 นาที จึงลากรถขึ้นได้สำเร็จ สอบถามผู้ขับขี่เบื้องต้น (ไม่ทราบชื่อ) เป็นคน บ้านหนองตราด ต.เมืองแก อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ มาจากงานศพที่บ้านนางแคบ อำเภอสนม จ.สุรินทร์

ผู้ขับขี่เล่าว่า ในขณะขับมานั้น ถนนบริเวณดังกล่าวมืดมากบวกกับ ช่วงนั้นฝนกำลังจะตกท้องฟ้ามืดครึม และตนเองก็ไม่ชำนาญเส้นทางด้วย จึงขับลงไปข้างถนนดื่อๆ พอมารู้อีกที่ก็ตกข้างทางแล้ว หลังจากนั้นก็มีพลเมืองดี มาพบ จึงประสานงานประสานกู้ชีพมาช่วยเหลือ

ภาพ/กู้ชีพหนองสนิท

ซิ่งตกทาง เหตุเพราะมืดและไม่ชำนาญเส้นทาง

สุรินทร์-พายุถล่มเมืองช้างเสาไฟฟ้าแรงสูง ล้มขวางถนน 7 ต้น ยังไร้หน่วยงานเหลียวแล ประชาชนสัญจรไป-มา ค่ำมืด สุดผวาเสี่ยงตาย (ชมคลิป)

สุรินทร์-พายุถล่มเมืองช้างเสาไฟฟ้าแรงสูง ล้มขวางถนน 7 ต้น ยังไร้หน่วยงานเหลียวแล ประชาชนสัญจรไป-มา ค่ำมืด สุดผวาเสี่ยงตาย

วันนี้(20 พ.ค.61)ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนัก และมีลมพายุพัดอย่างรุนแรงหลายพื้นที่ใน จ.สุรินทร์ โดยอิทธิพลของลมพายุดังกล่าว ทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูง จำนวน 7 ต้น ล้มขวางถนนสายศรีขรภูมิ-ศรีณรงค์-สังขะ 2371 บริเวณหลัก กม.10 บ้านหนองแวง ต.ผักใหม อ.ศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์  ทำให้ไฟฟ้าดับเป็นวงขว้าง 2 อำเภอ ประกอลด้วย อ.ศีขรภูมิ และ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ นานกว่า 1 ช.ม. จนท.ต้องระดมเร่งซ่อมแซมแก้ไขเป็นการด่วน

จากการ สอบถามชาวบ้าน ทราบว่า ช่วงเย็นวานนี้เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มนายเกือบ 1 ชั่วโมง แรงลมพายุร้อนทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูง ถนนสายศรีขรภูมิ-ศรีณรงค์-สังขะ 2371 บริเวณหลัก กม.10 บ้านหนองแวง ต.ผักใหม อ.ศรีขรภูมิ  จ.สุรินทร์  หักโค่น จำนวน 7 ต้น ส่งผลให้ไฟฟ้าดับนานหลายชั่วโมง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้นำรถโมบายมาจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนได้ใช้บรรเทา

ซึ่งขณะนี้ (19.50 น.)เป็นช่วงมืดข้ามค่ำแล้ว พายุฝนยังตกลงมาอย่างหนัก และรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เสาไฟฟ้า ทั้ง 7 ต้น ก็ยังคงล้มขวางถนนอยู่เหมือนเดิม สายไฟฟ้าแรงสูง ขวางขึงเป็นแนวยาวหลายสิบเมตร มืดแทบมองไม่เห็นอะไร ทำให้การจราจรติดขัด รถใหญ่ วิ่งผ่านไปมาไม่ได้ เสี่ยงอันตรายเป็นอย่างมาก  ชาวบ้านผวาหวาดกลัว วอนสื่อนำสื่อข่าว และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เปิดช่องทางการจราจร และเร่งตั้งเสาไฟฟ้าที่หักโค่นทั้งหมดสู่ภาวะปกติด้วย

ภาพ/ข่าว ทวี บุญเสก ผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์

สมศักดิ์ ตระกูขสุข ข่าวสนมนิวส์

สุรินทร์-ชีวิตต้องสู้ !! พบสองพี่น้องใช้ชีวิตพอเพียง แม้ฐานะไม่ดี แต่ก็ไม่ย่อท้อรอ ความหวังจากใคร พากันออกเก็บสายบัวขาย หารายได้เลี้ยงตัว (ชมคลิป)

สุรินทร์-ชีวิตต้องสู้ !! พบสองพี่น้องใช้ชีวิตพอเพียง แม้ฐานะไม่ดี แต่ก็ไม่ย่อท้อรอ ความหวังจากใคร พากันออกเก็บสายบัวขาย หารายได้เลี้ยงตัว

วันนี้ (20 พ.ค.61)ผู้สื่อข่าวรายงานประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า ที่ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ได้พบ 2 พี่น้องที่ต่างไม่มีครอบครัว ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง หาเลี้ยงตัวด้วยการออกไปเก็บสายบัวตามหนองน้ำต่างๆมาขาย  บางครั้งก็ออกไปหว่านแหหาปลามาขายและรับจ้างทั่วไป  พอได้กินได้ใช้ไปวันๆ  แม้ฐานะจะไม่ดี  แต่ก็ไม่เคยคิดหวังที่จะรอความช่วยเหลือจากใคร ทำให้หลายคนที่ได้พบเห็น  ต่างก็ช่วยกันอุดหนุน บ้างก็ให้เป็นเงิน บ้างก็ให้เป็นข้าวสารมา  ทำให้ชีวิตอยู่ได้อย่างไม่ลำบากนัก

สองพี่น้องที่ว่านี้ก็คือนางอำพร ซุ้มเย็น อายุ 61 ปี และนายอำนาจ ซุ้มเย็น อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 218 หมู่ 16 ต.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านที่ปลูกเป็นเพิงชั้นเดียว โดยอาศัยอยู่รวมกัน 4 คน คือนางอำพรซึ่งไม่มีครอบครัว  ส่วนนายอำนาจถูกภรรยาทิ้งโดยมีลูกด้วยกัน 2 คน ซึ่งอยู่ในความดูแลของนายอำนาจ โดยในปัจจุบันลูกทั้ง 2 คนของนายอำนาจไม่ได้เรียนหนังสือแล้ว  แต่ก็ไม่ได้สร้างภาระให้แต่อย่างใด  เพราะลูกของนายอำนาจทั้ง 2 ต่างออกไปหาทำงานรับจ้าง  ช่วยหารายได้มาจุนเจือครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย

โดยนายอำนาจ ได้เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ตนและครอบครัว ใช้ชีวิตกันแบบพอเพียง  โดยการออกหาเก็บสายบัวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในหนองน้ำต่างๆ มาขายหารายได้  โดยตนจะเป็นคนลงไปเก็บ  ส่วนพี่สาวจะเป็นคนลอกและตัดเป็นท่อนๆมัดรวมกันไว้  เพื่อขายมัดละ 20 บาท ซึ่งจะมีคนมาขอรับซื้อทุกวันไม่มีเหลือ  บ้างก็ให้เป็นเงิน  บ้างก็ให้เป็นข้าวสาร พอได้กินได้ใช้กันในครอบครัว  ซึ่งหากช่วงที่ไม่มีบัวให้เก็บ ก็จะออกหาหว่านแหจับปลามาขาย  และบางทีก็ออกไปหารับจ้างทั่วไป  ทำให้ครอบครัวไม่เดือดร้อน  ไม่ต้องเป็นภาระของสังคม  และไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากใคร  ขอเพียงแต่ให้เราขยันรับรองไม่อดตายแน่นอน

ภาพ/ข่าว ชูชัย ดำรงสันติสุข ผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์

ภาพ/ข่าว ชูชัย ดำรงสันติสุข ผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์

สุรินทร์-ชาวบ้านเฮรับต้นฤดูฝนแรกแห่ออกไปจับอึ่งอ่าง เพื่อนำมาทำเมนูเด็ดเปิบพิสดาร และขายรายได้สูง (ชมคลิป)

สุรินทร์-ชาวบ้านเฮรับต้นฤดูฝนแรกแห่ออกไปจับอึ่งอ่าง เพื่อนำมาทำเมนูเด็ดเปิบพิสดาร และขายรายได้สูง กว่าวันละไม่น้อยกว่า 4 พันบาทในปีนี้สุดคึกคักกว่าทุกปีเลย

วันที่( 20 พ.2561) ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า หลังจากเกิดฝนตกหนักติดต่อกันนานหลายวันในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ช่วงเดือน พ.ค.ของทุกปี ในช่วงนี้จึงทำให้ชาวบ้านต่างพากันแห่ออกไปหาจับอึ่งอ่างที่ออกมาเล่นน้ำผสมพันธุ์และวางไข่ตามท้องไร่ ท้องนา เพื่อนำมาทำเมนูเด็ดเปิบพิสดารของแซบภาคอีสาน  และส่วนหนึ่งยังนำไปวางจำหน่ายสร้างรายได้เสริมเข้าครอบครัวในช่วงนี้กันได้อีกจำนวนมากซึ่งถือว่าเป็นอาหารชั้นเลิศหารับประทานได้ยากในแต่ละปี ของชาวบ้านในพื้นที่ทั่วภาคอีสาน ที่ชอบรับประทานอึ่งอ่างต่างพากันมาหาเลือกซื้อนำไปประกอบอาหารพื้นบ้าน รับประทานกันอย่างคึกคักในช่วงนี้เป็นประจำทุกปี และยังสร้างรายได้แก่พ่อค้าแม่ค้าวันละไม่น้อยกว่า 4-5 พันบาทเลยทีเดียว

โดยเฉพาะที่บริเวณตลาดสดเทศบาลตำบลท่าตูม อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ พบว่า มีเกษตรกรชาวบ้านจากตำบลรอบนอก ต่างพากันนำอึ่งอ่างมาวางขายให้กับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าหลายราย ด้วยการนำมาใส่กะละมัง วางขายให้กับชาวบ้านที่นิยมชื่นชอบอาหารอีสานหารับประทานได้ยากในแต่ละเป็นเมนูเด็ดเปิบพิสดารด้วยการรับประทานอึ่งอ่าง ซึ่งสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายเมนู อาทิ ผัดกะเพรา ต้มยำอ่อม ปิ้ง ย่างหรือจะนำไปทำเป็นปลาร้าอึ่งอ่างเก็บไว้รับประทานได้นานมากขึ้น และโดยเฉพาะต้มอึ่งใส่ใบมะขามอ่อนที่ต้องบอกว่าเป็นสุดยอดเมนูที่ได้รับความนิยมมากสุดสำหรับบรรยากาศโดยทั่วไปการแห่ออกหาอึ่งอ่างในปีนี้พบ ว่าคึกคักกว่าทุกปีเป็นจำนวนมากมีชาวบ้านหลายรายต่างมาหาเลือกซื้ออึ่งอ่าง นำกลับไปประกอบอาหารที่บ้านรับประทานร่วมกันในครอบครัวกันอย่างคึกคัก

 นางสมพล แต้มทอง อายุ 34 ปี แม่ค้าขายอึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 165 บ้านบัลลังก์ ม. 10 ต.ท่าตูม อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์  กล่าวว่า อึ่งที่จับได้ในช่วงฝนใหม่นี้จะจับได้วันหนึ่ง 20-30 กิโลกรัม หรือมากกว่านั้นอึ่งจะขายในราคากิโลกรัมละ 160 บาท และบางวันรวมขายอึ่งที่จับมาได้เป็นจำนวนเงินสูงถึง 3,000-4,000บาทต่อวัน ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในช่วงนี้  ชาวบ้านที่มาจับจ่ายตลาดในตอนเช้า และเย็นจะพากันมาหาซื้ออึ่งอ่าง ที่ช่วงนี้ถือว่าเป็นต้นฝนแรกใหม่ๆของปีนี้ทำให้อึ่งอ่างที่จับได้มีความอุดมสมบูรณ์มาก ๆ

ภาพ/ข่าว ซิน กิเลน ผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์

คนดีศรีสนม!! ซึ้งน้ำใจ!! พลเมืองดีเก็บกระเป๋าเงินส่งคืน แถมไม่รับเงินตอบแทนจากเจ้าของ (มีคลิป)

คนดีศรีสนม!! ซึ้งน้ำใจ!! พลเมืองดีเก็บกระเป๋าเงินส่งคืน แถมไม่รับเงินตอบแทนจากเจ้าของ

เมื่อวันที่ 20 พ.ค.61 ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า นางสาวเปรมจิตต์ ตระกูลสุข เก็บกระเป๋าตังค์ได้บริเวณข้างถนนใกล้หนองสิม หมู่ที่ 3 บ้านสนม ต.สนม อ.สนม จ.สุรินทร์ จากนั้นได้โพสต์ลงฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อประกาศตามหาเจ้าของ แต่ก็ไม่มีใครมาเอา จึงได้นำมาให้ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นช่วยโพสต์ตามหาเจ้าของกระเป๋า จากนั้นผู้สื่อข่าวท้องถิ่นจึงนำกระเป๋าไปส่งให้ตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยมี ร.ต.อ.เสฏฐวุฒิ นิลจันทร์ รอง (สว.สืบสวน) สภ.สนม รับเรื่อง

ขณะที่ ตำรวจรับแจ้งแล้ว ได้ตรวจสอบทรัพย์สินในกระเป๋า มีบัตรประจำตัวประชาชน 2 ใบ บัตรเอทีเอ็ม และเงินอีกจำนวน 805 บาท จึงลงบันทึกประจำวันไว้  เมื่อเวลา 15.00 น. นายภาณุวัฒน์ จิตรสุข อายุ 18 ปี เดินเข้ามาพบตำรวจเพื่อมารับกระเป๋าเงินที่หาย ร.ต.อ.เสฏฐวุฒิ นิลจันทร์ รอง (สว.สืบสวน) สอบถามจึงทราบว่า นายภาณุวัฒน์ จิตรสุข ทราบจากโพสต์ข่าวของท้องถิ่นให้มารับกระเป๋าคืนที่ สภ.สนม และตรวจสอบแล้วว่าเป็นของนาย นายภาณุวัฒน์ จิตรสุข จึงแจ้งผู้เก็บกระเป๋าส่งมอบพร้อมทรัพย์สินคืนเจ้าของด้วยตนเอง

นางสาวเปรมจิตต์ ตระกูลสุข อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 3 บ้านสนม ต.สนม อ.สนม จ. สุรินทร์ เล่าว่า พ่อเป็นคนเก็บได้ คือ นายประสิทธิ์ ตระกูลสุข อายุ 65 ปี พ่อเอามาให้ตน ตนจึงโพสต์ประกาศตามหาเจ้าของกระเป๋า แต่ก็ไม่มีใครแจ้งเป็นเจ้าของ จึงนำให้ผู้สื่อข่าวประกาศตามหาให้ ทางด้าน นายภาณุวัฒน์ จิตรสุข รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากและขอบคุณพี่เขาที่มีน้ำใจ เป็นคนดีเก็บกระเป๋าเงินได้แล้วไม่เอาไปเป็นของตัวเอง ตนคิดว่าคงไม่ได้คืนแล้ว จากนั้นจึงมอบเงินเป็นสินน้ำใจให้ แต่ นางสาวเปรมจิตต์ ตระกูลสุข พลเมืองดีไม่ยอมรับ พร้อมบอกว่าที่ทำไปไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน

 

 

สุรินทร์-ไปดูกัน!! หนุ่มเมืองช้าง วัย 37 ปี ปีนต้นตาล เฉาะตาลสดขั้นเทพ รายได้งามกว่าวันละ 3,000 บาท (ชมคลิป)

สุรินทร์-ไปดูกัน!! หนุ่มเมืองช้าง วัย 37 ปี ปีนต้นตาล เฉาะตาลสดขั้นเทพ รายได้งามกว่าวันละ 3,000 บาท

วันนี้(18 พ.ค.61)ผู้สื่อข่าวรายประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า ได้พบ นายบุญช่วย  ไหมทอง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/1 บ้านอาเสก หมู่ 3 ต.ยาง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ สร้างงานสร้างอาชีพด้วยการปีนต้นตาล เพื่อนำลูกตาลสดลงมาเฉาะขาย ทั้งนี้อาชีพปีนต้นตาลถือเป็นอาชีพที่เสี่ยง เพราะอาจจะพลัดตกจากต้นตาลลงมาได้ จึงต้องอาศัยความชำนาญ และท้าทาย ในการปีนต้นตาลที่สูงกว่า 10 เมตร  แต่ก็คุ้มค่าเพราะมีรายได้งามกว่าวันละ  3,000 บาทเลยที่เดียว

โดยในแต่ละวัน นายบุญช่วย  ไหมทอง และลูกน้อง จะขับรถยนต์กระบะคู่ชีวิต  ออกไปปีนต้นตาล เพื่อเก็บลูกตาลอ่อน ตามหัวไร่ปลายนา ที่เจ้าของเขาให้เก็บแบบฟรีๆบ้าง  และบางที่ก็ขอซื้อเขาบ้างในราคาไม่แพงนัก  พอได้ผลตาลสดก็จะนำเฉาะเอาเจาตาลสด แล้วบรรจุใส่ถุงๆพลาสติก ถุงละประมาณ 10 ลูก ขายในราคาถุงละ 20- 30 บาท  แล้วนำวางขายในตลาดนัดเทศบาลศีขรภูมิ ช่วงเย็นๆ  โดยในแต่ละวันจะมี บรรดาแม่ค้า-พ่อค้า เดินทางมาจากต่างอำเภอ ต่างตำบล และชาวบ้านในพื้นที่เทศบาลศีขรภูมิ จะพากันนำสินค้าหลากหลายมาวางขาย โดยเฉพาะสินค้าตามฤดูกาล เช่น เห็ดนานาชนิด, ผักป่า

นายบุญช่วย  ไหมทอง อายุ 37 ปี เล่าว่า สินค้าตามฤดูกาลที่สร้างกำไรดี และขายง่ายที่สุด คือลูกตาลอ่อน ต้นทุนมีแค่ค่าน้ำมันรถ กับค่าแรงจ้างลูกน้อง ส่วนลูกตาลตก็ไปหาเอา ตามหัวไร่ปลายนาที่ เจ้าของนาให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย และขอซื้อแบบเหมาบ้าง  วิธีเอาลูกตาลนั้น แต่ก่อนใช้สองมือปีนต้นตาล แต่เดียวนี้ ใช้เพียงบันไดไม้ไผ่ปีนเอา ติดมีดพร้าลับให้คม เพื่อกระแทกทะลายลูกตาล วันหนึ่งจะมีรายได้ 2,000-3,000 บาท ทำแบบนี้มา 20 ปี ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อแล้ว ซึ่งในหนึ่งปีจะเก็บผลลูกตาลได้ ในช่วงเดือน เมษายนถึงเดือนมิถุนายน เท่านั้น จากนั้นก็จะหมด ขายดีมากๆ ในช่วงหน้าร้อน เดือนเมษายน หากเหลือลูกตาลก็จะไปแปรรูป ทำขนมหวาน บางอย่างปล่อยให้แก่ ตนก็จะปล่อยให้สุก เพื่อเก็บมาทำขนมต่อไป

ภาพ/ข่าว ฉัครชัย สุดตะพรม ผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์

ภาพ/ข่าว ฉัครชัย สุดตะพรม ผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์

ชื่นชมกู้ชีพน้ำใจงาม!!? ช่วยเหลือชาวต่างชาติ พึ่งไปเที่ยวที่จังหวัดระยอง อยู่ๆรถดับสตาร์ทไม่ติด (ชมคลิป)

ชื่นชมกู้ชีพน้ำใจงาม!!? ช่วยเหลือชาวต่างชาติ พึ่งไปเที่ยวที่จังหวัดระยอง อยู่ๆรถดับสตาร์ทไม่ติด

เมื่อวันที่ 17 พ.ค.61 เวลา 18.50 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กู้ชีพหนองสนิทระหว่างเดินทางกลับจากธุระพอไปถึงบริเวณฝั่งโรงเรียนหนองสนิทวิทยา ต.หนองสนิท อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ เห็นรถเก๋ง โตโยต้า ทะเบียน 4 กฆ 1295 กรุงเทพ  จอดอยู่ข้างทางและพยายามโบกรถหลายคัน จึงเข้าไปสอบถามทราบว่ารถปัญหาอยู่ๆเครื่องก็ดับสตาร์ทไม่ติด จึงประสานไปทางศูนย์กู้ชีพหนองสนิท เพื่อให้การช่วยเหลือ

ต่อมาศูนย์กู้ชีพหนองสนิทพร้อมลูกข่ายก็มาถึงจึงตรวจเช็คสภาพรถให้ พบว่าระบบแบตเตอรี่เสื่อม จึงทำให้รถเกิดดับสตาร์ทไม่ติด จึงจั้มแบตเตอรี่ของรถกู้ชีพหนองสนิท ก็ไม่ติด พยายามหลายต่อหลายครั้งจึงสามารถสตาร์ทติดได้

จากการสอบถาม น.ส.วริณญา ประทวนชัย เล่าว่า ตนมาจากกรุงเทพฯ พึ่งไปเที่ยวที่จังหวัดระยอง พร้อมกับครอบครัว แฟนเป็นชาวต่างชาติ จะเข้าไปที่สุรินทร์ในขณะที่ขับรถมา รถเกิดดับไปดื้อๆไม่ทราบสาเหตุ ตนจึงโปกมือขอความช่วยเหลือผู้ที่ขับรถสัญจรไปมา

แต่ก็ไม่มีใครช่วยได้ จนมีกู้ชีพมาพบจึงให้การช่วยเหลือ น.ส.วริณญา กล่าวพร้อมกับยิ้มด้วยความดีใจและขอบคุณกู้ภัยที่เข้ามาช่วยเหลือ ไม่งั้นคงแย่แน่ เพราะเป็นเวลาค่ำด้วย

อีกหนึ่งความดีมีน้ำใจของคนไทยที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ชมคลิปช่วยเหลือ

#ข่าวสนมนิวส์

โหด มันส์ ฮา เด็กแว๊นทิ้งรถหนีเข้าป่า ลุยป่าจนขาลาย ตำรวจไล่ติดตามจนเป้าขาด (ชมคลิป)

สุรินทร์-หนุ่มกู้ภัยสุรินทร์โพสต์คลิป โหด มันส์ ฮา เด็กแว๊นทิ้งรถหนีเข้าป่า ลุยป่าจนขาลาย ส่วนตำรวจก็ไล่ติดตามจนเป้าขาด

วันนี้(17 พ.ค.61)ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า  ผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อว่า “ฉลองกรุง สุวรรณบุตร” หรือมีชื่อจริงว่า นายฉลองกรุง สุวรรณบุตร อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 16 ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ กรรมการหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ และหัวหน้าหน่วยกู้ชีพสลักได  ได้โพสต์คลิปวีดีโอ และไลฟ์สด ระบุข้อความว่า “ เด็กแว้นทิ้งรถหนีเข้าป่า ลุยป่าจนขาลาย ส่วนตำรวจก็ไล่ติดตามจนเป้าขาด”

ซึ่งจากภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏ เป็นภาพของกลุ่มเด็กแว๊นซิ่งป่วนเมืองกว่า 100 คัน นัดรวมตัวประลองความเร็ว ที่บริเวณถนนสายเลี่ยงเมืองสุรินทร์ ระหว่างสีแยกเทพธานี  มาสี่แยกสลักไดหลังพลเมืองดี โทรศัพท์แจ้ง 191 สภ.สุรินทร์ ศูนย์วิทยุศรีไผท  ได้วิทยุขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครกู้ภัยสุรินทร์ช่วยสกัดจับ และพบกลุ่มเด็กแว๊นจำนวนมาก แตกฮือเหมือนรังผึ้ง เมื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่างพากันขับรถ จยย.หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่มีบางกลุ่มตั้งใจขับเข้าป่าละเมาะข้างถนน หวังหลบเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครหน่วยกู้ภัย สุดท้ายก็ไปไม่รอด สามารถจับเด็กแว๊น อายุต่ำกว่า 15 ปี ได้ถึง 3 คน รถ จจย.อีก 4คัน นอกจากนั้นยังสามารถจับได้อีกหลายคันในตัวเมืองสุรินทร์

จากการโทรศัพท์สอบถาม นายฉลองกรุง สุวรรณบุตร อายุ 35 ปี กรรมการหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ และหัวหน้าหน่วยกู้ชีพสลักได  เปิดเผยว่า หลังจากได้รับวิทยุประสานขอความช่วยเหลือ ได้นำทีมอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ และหน่วยกู้ชีพสลักได  ออกมาเฝ้าสังเกตการณ์ ที่บริเวณหน้าปั้ม NGV ถนนเลี่ยงเมือง ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ พอเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดไฟไซเรนไล่ กลุ่มเด็กแว๊นต่างพากันซิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ตนพบกลุ่มเด็กแว๊นกลุ่มหนึ่ง ขับเข้าป่าละเมาะหลัง ไทวัสดุก่อสร้าง จึงตามไปช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็พบทั้งรถ จยย. 4 คัน และเด็กวัยรุ่นอายุ 15 ปี อีก 3 คน แขนขาถูกหนามต้นไม้เกี้ยวเป็นรอยถลอกเต็มตัว ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจก็วิ่งไล่จนเป้ากางเกงขาด

ชมคลิป โหด มันส์ ฮา

ภาพ/กู้ภัยสุรินทร์ 

สมศักดิ์ ตระกูลสุข ข่าวสุรินทร์นิวส์/ข่าวสนมนิวส์

ผู้บัญชาการ ฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นประธานพิธีประดับยศนายทหารสัญญาบัตรสังกัดกองทัพเรือ ที่ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้น

ผู้บัญชาการ ฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นประธานพิธีประดับยศนายทหารสัญญาบัตรสังกัดกองทัพเรือ ที่ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้น

เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (17 พ.ค.61) พลเรือโท สุกิตติ เสงี่ยมพงษ์ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศนายทหารสัญญาบัตร จำนวน 30 นาย ที่ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้น โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมในพิธีฯ ณ สโมสรสัญญาบัตร ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติยศทหารพุทธศักราช 2479 และคำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ 281/2560 ลง 27 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2560 เรื่อง มอบอำนาจให้ผู้บัญชาการทหารเรือ ทำการแทนและสั่งการในนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงให้เลื่อนยศนายทหารสัญญาบัตร สังกัดกองทัพเรือ ผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการแต่งตั้งยศและการเลื่อนยศของข้าราชการทหารพุทธศักราช 2541 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ดังนี้ เป็นว่าที่นาวาเอก ได้แก่ นาวาโท สุภาพ สมพันธ์ เป็นว่าที่เรือเอก ได้แก่ เรือโท บัลลังค์ ตันตวาที เรือโท กฤษณะ ขันตี เรือโท นภา ศาลิคุปต์ เรือโท อำนาจ บุญทะโกสุม เรือโทอดุลย์ บุญเหลือ เรือโท ชรัตน์ คงขาว เรือโท สุทธิชาย หอมยามเย็น เรือโท สินชัย วุฒกรีเกียรติ เรือโท นิกร จันทร์ชู เรือโท มโนมัย ทุมมณี เรือโท ครรชิต แก้วอุไร เรือโท อดิศักดิ์ ศรีบุญเอียด เรือโท อมร ห้าวเจริญ เรือโท ชนิฐ สมชาติ เรือโท วัธชาติ สุขคุ้ม เรือโท ยุวรัตน์ แก้วประดับ เรือโท ธำรงค์ มงคลวงษ์ เรือโท ปรีชา เกลี้ยงประดิษฐ์ เรือโท จิตติ สวัสดิ์ล้น เรือโท อุทัย ชาติชาตรี เรือโท ขุนดง เพ็ชรไธสง เรือโท ถาวร ชูสุวรรณ เรือโท สมพร อุ่นแสง เรือโท สุวัตร จงเลี่ยมกลาง เรือโท อัครเดช แก่นแก้ว เรือโท พงษ์ศักดิ์ อ้นวงษา เรือโท สมทบ พลพิทักษ์ เป็นว่าที่เรือเอก หญิง ได้แก่ เรือโท หญิง รุจิรา ขอบเหลือง เรือโท หญิง ปุณยนุช ภาพันธ์ สั่ง ณ วันที่ 3 พฤษภาคม พุทธศักราช 2561 รับคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงชื่อ พลเรือเอก นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ

พลเรือโท สุกิตติ เสงี่ยมพงษ์ ผู้บัญชาการ ฐานทัพเรือสัตหีบ กล่าวว่า ข้าราชการทุกนายที่ได้รับการประดับยศสูงขึ้น ถือได้ว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งแก่ตนเอง และวงศ์ตระกูล ในชีวิตการรับราชการทหาร ภาระหน้าที่ที่ทุกท่านได้รับ ก็จะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น นับแต่นี้ทุกท่านต้องใช้สติปัญญา ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ของตนเอง มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม ปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาให้อยู่บนที่ตั้งของความซื่อสัตย์ สุจริต ทั้งต่อตนเอง และหน่วยงานทางราชการ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาฐานทัพเรือสัตหีบ และกองทัพเรือ ให้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป

ภาพข่าว // เจี๊ยบโฟกัส อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0926952344

ข่าว/ สหพล ทีมข่าวภมิภาค

เรียบเรียง สมศักดิ์ ตระกูลสุข 

สุรินทร์-ชาวบ้าน “โดนโอก” เฮ!! ทหารของพระราชา ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน รุดขนน้ำดื่มกว่า 60,000 ลิตร

สุรินทร์-ชาวบ้าน “โดนโอก” เฮ!! ทหารของพระราชา ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน รุดขนน้ำดื่มกว่า 60,000 ลิตร  หลังโดนทิ้ง “ประปา”ไม่ไหลนับเดือนต้องซื้อน้ำประทังชีวิต

เมื่อเร็วๆนี้ ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานความคืบหน้า กรณีชาวบ้านโดนโอก หมู่ 10 ต.บัว อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน หลังได้รับผลกระทบน้ำประปาหมู่บ้านไม่ไหล พอเปิดน้ำใช้ก็ออกเพียงลม เป็นแบบนี้มานานกว่า 1 เดือน โดยชาวบ้าน ผู้สูงอายุ กว่า 100 หลังคาเรือน ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการพึ่งพาตนเองซื้อน้ำดื่ม น้ำใช้ จากพ่อค้ารถเร่ ซึ่งถังขนาด 200 ลิตร ราคาน้ำดื่มถังละ 30 บาท น้ำใช้ถังละ 20 บาท ต้องใช้เงินซื้อน้ำใช้เองเดือนละกว่า 1,000 บาทต่อครัวเรือน และจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า ระบบประปาหมู่บ้านโดนโอก สูบน้ำใต้ดินหรือน้ำบาดาลมาผลิตเป็นน้ำประปา ไม่สามารถจะสูบน้ำใต้ดินได้อีกแล้ว ทำให้เดือดร้อนกันทั่วหน้า

ล่าสุดวันนี้ (16 พ.ค.61)เวลา 11.30 น.ที่บริเวณประปาหมู่บ้าน โดนโอก หมู่ 10 ต.บัว อ.เมือง จ.สุรินทร์ พลตรีพิเชษฐ์ อาจฤทธิรงค์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร กว่า 10 นาย พร้อมด้วย รถบรรทุกน้ำ ขนาด 5,000 ลิตร จากมณฑลทหารบกที่ 25 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน ลำเลียงน้ำประปา สะอาดพร้อมดื่ม มาแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน จำนวน 60,000 ลิตร หรือ 12 เที่ยว เพื่อบรรเทาทุกข์ ไม่ต้องซื้อน้ำ อุปโภค บริโภค โดยมีนายชาญ เรืองฉาย ผู้ใหญ่บ้านโดนโอก และชาวบ้าน ได้นำรถเข็นใส่ถัง และโอ่ง มารองรับน้ำกลับบ้าน ท่ามกลางความ ตื้นตันใจ และกล่าวขอบคุณ ทหารที่ไม่ทอดทิ้งประชาชน

นางสุดารัตน์ ริ้มสี อายุ 50 ปี หนึ่งในชาวบ้านโดนโอก กล่าวว่า  กล่าว่า 1 เดือนเต็มที่น้ำประปาหมู่บ้านไม่ไหล ดีใจที่ทหารเห็นความเดือนร้อน และเข้ามาให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน

คุณยายอุ๊ ผลเตียว อายุ 78 ปี หนึ่งในชาวบ้านโดนโอก ชาวบ้าน กล่าวว่า ดีใจที่ทหารเอาน้ำมาแจกจ่าย จะได้มีน้ำอาบ น้ำใช้ สำหรับอุปโภค บริโภค

ด้านนายชาญ เรืองฉาย ผู้ใหญ่บ้านโดนโอก กล่าวว่า ชาวบ้านดีใจ และถือว่าเป็นโอกาสดี ที่ทหารจาก มทบ.25 ได้ให้ความอนุเคราะห์เรื่องน้ำ  ขนน้ำมาแจกจ่ายเพื่อเป็นการแก้ปัญหาในเบื้องต้น ตนในฐานะตัวแทนชาวบ้าน ก็ต้องขอขอบคุณทุกๆภาคส่วน  ที่ให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด และที่สำคัญต้องขอขอบคุณสื่อมวลชน ที่ลงพื้นที่ทำข่าวสะท้อนปัยหาความเดือนร้อนของชาวบ้าน น้ำประปาแห้งขอดช่วงเดือน เม.ย.61 ที่ผ่านมา

ภาพ/ข่าว สมเกียรติ ทวีงาม ผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์

สมศักดิ์ ตระกูลสุข เรียบเรียง

บอสโก้ – สุเชาว์ เชื่อ ปราสาทสายฟ้า ผ่าน ชุนบุค ได้ แม้เป็นงานที่หนักมาก

บอสโก้ – สุเชาว์ เชื่อ ปราสาทสายฟ้า ผ่าน ชุนบุค ได้ แม้เป็นงานที่หนักมาก

ความเคลื่อนไหวของศึกฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มีโปรแกรมยกทัพออกไปเยือนสนามชอนจู เวิลด์คัพ สเตเดียม ของ ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส ในวันอังคารที่ 15 พฤษภาคม 2561 คิกออฟ 17.00 น. เวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดผ่านทาง ช่อง 7

ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2561 ที่ห้องแถลงข่าวสนามชอนจู เวิลด์คัพ สเตเดียม ได้มีการแถลงข่าวก่อนเกม โดย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่ง “บอสโก้” โบซิดาร์ บันโดวิช หัวหน้าผู้ฝึกสอน และสุเชาว์ นุชนุ่ม กัปตันทีม ส่วน ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส ส่ง ชอย คัง-ฮี หัวหน้าผู้ฝึกสอน และลี แจ-ซุง กองกลางตัวเก่ง ร่วมงานแถลงข่าว

โดย โบซิดาร์ บันโดวิช กล่าวว่า “ผ่านเกมแรกมา เราได้เปรียบนิดหน่อย แต่เรายังมีงานอีก 90 นาที เราต้องเล่นกับทีมที่ได้แชมป์เคลีก และเป็นแชมป์เอเอฟซีมาแล้ว แต่ปีนี้ พวกเราทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่สำเร็จมาแล้วหลายครั้ง เราเชื่อว่า เราจะทำได้อีก เราจะก้าวไปอีกขั้น เกมนี้ต้องมีสมาธิ เล่นเกินร้อย ผมคิดว่าจะเป็นเกมที่น่าสนใจ น่าสนุก และตื่นเต้น ซึ่งนักเตะทุกคนพร้อมเต็มร้อย ถึงจะเป็นเกมที่ยากของเรา แต่พวกเราจะพยายามทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด จะพยายามรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีของทีมเอาไว้ให้ได้”

“จุดแข็งของ ชุนบุค มีหลายอย่าง โดนเฉพาะความสามารถของนักเตะ และกองหน้า 3 คนของเขา นอกจากนี้ โค้ชชอย คัง-ฮี อยู่กับ ชุนบุค มานาน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบของทีมเขาด้วย ทีมเขาเป็นทีมที่เล่นวางบอลได้ดี รวมทั้งเล่นลูกกลางอากาศได้ดีอีกด้วย เราต้องทำผลงานให้ดีที่สุด ชุนบุค มีประสบการณ์ในฟุตบอลระดับนี้มากกว่าเรา ที่ผ่านมาหลายคนบอกว่า เป็นงานที่ยากที่จะเข้ารอบต่อไป แต่ผมเชื่อมั่นในทีม ผมเชื่อมั่นในนักเตะ เวลาลงสนาม พวกเขาแสดงให้เห็นมาตลอดว่าเขาเล่นได้ แล้วสู้กันเกินร้อย อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าเราต้องให้เกียรติคู่ต่อสู้ เราต้องไม่ลืมว่าเขาเก่งแค่ไหน”

ส่วน สุเชาว์ นุชนุ่ม กล่าวว่า “วันพรุ่งนี้เราต้องมีสมาธิ ตลอด 90 นาที เราจะประมาทไม่ได้ ถ้าทำได้ ผมคิดว่าเราจะเข้ารอบต่อไปได้แน่นอน แม้มันเป็นงานที่ยาก แต่ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ฝากถึงแฟนบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และแฟนฟุตบอลชาวไทย ส่งกำลังใจ ส่งแรงเชียร์ให้พวกเราด้วยครับ”

“ไม่ว่าเราจะเจอใคร เวลาลงสนาม เราต้องเล่นให้เต็มที่ และต้องทำให้ดีที่สุด แน่นอนว่าวันพรุ่งนี้ เราไม่ได้มาเพื่อเอาผลเสมอ เรามาเพื่อชนะ ผมเชื่อว่า พวกเราจะทำผลงานที่ดี เพื่อผ่านเข้ารอบต่อไปให้ได้”

ด้าน ชอย คัง-ฮี กล่าวว่า “เราแพ้มาในนัดแรก แต่มันเพิ่งผ่านมาครึ่งเดียวเท่านั้น เราต้องชนะเกมในบ้านเราให้ได้ เราจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อเป็นผู้ชนะ เราเพิ่งแพ้เกมลีกในบ้านมา แต่เราจะทำให้ดีที่สุดในเกมนี้”

ขณะที่ ลี แจ-ซุง กล่าวว่า “เราแพ้มาในนัดแรก นัดนี้เป็นนัดที่สำคัญมาก เกมที่ผ่านมาเราพักนักเตะหลายคนในเกมลีก ผมเชื่อว่าเราจะทำได้ดีในนัดนี้”

ทั้งนี้การแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2018 รอบ 16 ทีมนัดแรก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ครองความได้เปรียบมาก่อน หลังจากเปิดสนาม บุรีรัมย์ สเตเดียม เอาชนะ ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส ไปได้ 3-2 ประตู

ภาพข่าว/ สหพล ทีมข่าวภมิภาค

เรียบเรียง สมศักดิ์ ตระกูลสุข