ข่าวเด่น » คณะราษฎรไทยแห่งชาติ ยื่นหนังสือต่ออนุทิน เสนอทางแก้ไข 5 ประเด็น covid-19

คณะราษฎรไทยแห่งชาติ ยื่นหนังสือต่ออนุทิน เสนอทางแก้ไข 5 ประเด็น covid-19

1 กันยายน 2021
5064   0

คณะราษฎรไทยแห่งชาติยื่นหนังสืออนุทิน ร้องเรียนความทุกข์ร้อนจากจัดการภาครัฐและนำเสนอทางแก้ไข ได้รับการเปิดเผยจากนายพลภาขุน  ตัวแทนผู้ประสานงานคณะราษฎรไทยแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 เวลา 13.30 น ได้เข้ายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรี สธ. เลขรับ กม.6075 โดยนำร้องเรียนความทุกข์ร้อน 5 ประเด็น ข้อ 1 กรณีไม่มีประกาศกำหนดให้ สินค้าเครื่องมือแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับ covid-19 เป็นสินค้าปลอดภาษี ปลอดแวท  ข้อเท็จจริงสภาพที่ปรากฏ

ตามที่ได้ทราบมาจากสื่อมวลชน และ สื่อโซเชียล  ยังไม่เห็นการใช้อำนาจรัฐ ประกาศให้ สินค้าจำพวกเครื่องมือแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับ covid-19 เป็นสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี  และ ยกเว้นแวท     ส่งผลให้ราคาขายถึงประชาชน สูงขึ้นไปตามลำดับหลายชั้น   โดยที่เป็นการสร้างภาระให้ประชาชนอย่างไม่เหมาะสม  ข้อเสนอพิจารณา

ขอให้มีการเสนอยังผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง ให้พิจารณาออกประกาศกำหนดให้  สินค้าจำพวกเครื่องมือแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับ covid-19 เป็นสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี  และ ยกเว้นแวท   เป็นการเร่งด่วน

ข้อ 2 กรณีไม่กำหนดให้ การจัดหาจัดซื้อวัคซีน ต้องซื้อโดยรัฐต่อรัฐ เปิดช่องให้ผ่าน หน่วยงานหรือนิติบุคคลที่แสวงหากำไร  ทำให้ราคาจัดหาโดยงบประมาณแผ่นดินแพงมหาศาล  เปิดช่องทุจริต ไร้การตรวจสอบ ไร้ประสิทธิภาพ เป็นภาระแก่ประชาชนอย่างมาก  ข้อเท็จจริงสภาพที่ปรากฏ  ตามที่ได้ทราบจากสื่อมวลชนและ สื่อโซเชียล กรณี การจัดหาวัดซีน  โดยมีกรณี  คลิปใน youtube

1 “ใครกันแน่ที่เป็นภัยต่อประชาชน วัคซีนโมเดอร์นา 584บ.กลายเป็น 1650บ.” โดย Loy academy  13 กค 2021 

2  “ แถลงfake news #ความจริงที่โมเดอร์น่าแพง มาจากใครอย่าหลงประเด็น “ โดย  Loy academy  12 กค 2021

ซึ่งมีรายละเอียดมาก  ปรากฏตามคลิปวีดีโอ และ ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายจากการได้มาซึ่งวัคซีน  แพงเพิ่มขึ้น นับพันบาทต่อเข็ม  เป็นภาระอย่างยิ่งต่อประชาชน และ งบประมาณของแผ่นดิน  ซึ่งภาครัฐส่วนที่เกี่ยวข้องกลับเพิกเฉยในการที่จะบริหาร จัดการหรือแก้ไขกฎระเบียบประกาศ  

ที่เกี่ยวข้อง  ให้ได้ซึ่งวัคซีนด้วยต้นทุนที่ถูกด้วยความคุ้มค่ามีประสิทธิผล ใช้งบประมาณแผ่นดินด้วยความสุจริต โปร่งใส ข้อเสนอพิจารณา

หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ถือว่าเป็นการจงใจใช้อำนาจเพื่อให้ผู้อื่นได้ไปซึ่งประโยชน์โดยมิชอบ และ เป็นการบริหารราชการแผ่นดินที่ขัดต่อกฎหมายหลายฉบับ   จึงต้องเสนอให้ ฯพณฯ นำเรียนปัญหา เพื่อเสนอให้มีการแก้ไข กฎระเบียบประกาศ ส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้  ค่าใช้จ่ายจากวัคซีน  ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้

ข้อ 3 ตามสิ่งอ้างถึง ประกาศฯ ข้อ 5 กรณีการกำหนดให้ผู้ผลิตผู้นำเข้า ชุดตรวจ ATK แบบทดสอบด้วยตนเอง ขายได้เฉพาะฯ กำหนดเงื่อนไข ที่สร้างภาระการเข้าถึง และทำให้เกิดการหลีกเลี่ยงภาษี  ข้อเท็จจริงสภาพที่ปรากฏ

ตามสิ่งที่อ้างถึง….  ข้อ ๕ ให้ชุดตรวจ และน้ำที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS-CoV-2 (เชื้อก่อโรคCOVID-19) แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง ( COVID-19 Antigen test self-test kits)เป็นเครื่องมือแพทย์ที่ต้องขายเฉพาะแก่สถานพยาบาล หรือผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ให้ขายได้เฉพาะแก่

ก) สถานพยาบาลของรัฐ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลเฉพาะทาง คลินิกเวชกรรมคลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรม คลินิกเทคนิคการแพทย์หรือสหคลินิกที่จัดให้มีการประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือเทคนิคการแพทย์ ตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล

ข) หน่วยงานของรัฐ เพื่อส่งต่อให้กับสถานพยาบาลของรัฐ และผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขในภาครัฐ

ค) สถานที่ขายยาแผนปัจจุบัน ตามกฎหมายว่าด้วยยา เพื่อส่งต่อให้กับผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติ การในสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานที่ขายส่งยาแผนปัจจุบัน และสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันเฉพาะยาบรรจุเสร็จที่ไม่ใช่ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ

ง) สถานที่หรือช่องทางอื่นที่เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาประกาศกำหนด  เป็นที่ทราบดีชัดเจนว่า ชุดตรวจatk แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง มีขั้นตอนการตรวจเผยแพร่เป็นคลิป วีดีโอ ทุกราย และผู้ที่อ่านออก ฟังเข้าใจ พึงปฏิบัติตามได้ไม่ยุ่งยากซับซ้อน   ซึ่งสภาพปัญหาที่มีพอประมวลได้ว่า

หากปล่อยให้ขายตามร้านโชห่วย ตลาดสด ทั่วไปจะมีการเก็บวางชุดตรวจ อาจไม่เหมาะสม จึงต้องให้ ปชช.ซื้อตามร้านขายยา   แต่มีสภาพปัญหาอุปสรรค ในการเข้าถึงชุดตรวจ คือ

3.1ผู้ประกอบการ โรงงาน  หรือ สมาคมชมรม  ที่มีความต้องการนำชุดตรวจมาตรวจในองค์กรของตน ซึ่งต้องจัดหามาในจำนวนมาก  เกิดต้นทุนที่แพงขึ้น  จากการต้องมาซื้อผ่านร้านยา ซึ่งบางร้าน บวกกำไรไว้แพงเกิน   

3.2 ร้านขายยา ที่มีใบอนุญาต ยพ1   มีจำนวนมากที่ไม่ได้จดแวท  ไม่อาจออกใบกำกับภาษี เพื่อให้ผู้ซื้อ ที่เป็นนิติบุคคล  โรงงาน ผู้ประกอบการ  นำไปสำแดงเป็นรายจ่ายของตนได้   ทำให้เกิดการเลี่ยงภาษีและเกิดปัญหา ต่อผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคล  และร้านขายยา ที่ต้องสำแดงรายการขาย ยื่นต่อ  สสจ.จังหวัดด้วย ข้อเสนอพิจารณา ขอ ฯพณฯ สั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้อง มีการประกาศตาม

 ข้อ ง) สถานที่หรือช่องทางอื่นที่เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาประกาศกำหนด โดยประกาศให้………ผู้ผลิต ผู้นำเข้า สามารถขายชุดตรวจATK แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง แก่ นิติบุคคล ชมรม สมาคม ได้ 

ข้อ4 การใช้อำนาจออกประกาศ คำสั่ง ของ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ และ คกก.โรคติดต่อจังหวัด ตัดขาดการมีส่วนร่วม และ การรับฟังความคิดเห็นของส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนการดำเนินการ ขัดแข้งต่อ รธน.มาตรา 3,58,78 ข้อเท็จจริงสภาพที่ปรากฏ

ตลอดเวลาที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการระบาด  ยังไม่พบว่า ภาครัฐเปิดให้มี การเชิญตัวแทนส่วนที่เกี่ยวข้องซึ่งมีหลายภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาคท่องเที่ยว บริการ เข้าร่วมหารือในปัญหาอุปสรรค  หรือ ถามความเห็นก่อนที่จะมีคำสั่งประกาศใด ๆ  เป็นการหารือกันในเฉพาะภาคส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เท่านั้น   เช่นกรณีการประกาศปิดแคมป์คนงาน  และ ปิดร้านอาหาร  ที่ผ่านมาไม่นาน  ทำให้เกิดความเสียหาย สร้างความโกลาหล และการปล่อยให้เกิดการกระจายของผู้ติดเชื้อจำนวนมากทั่วประเทศ   ทำให้เกิดภาวะการติดเชื้อรุนแรง และสร้างผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ประชาชนทั่วประเทศ เป็นวงกว้างและใหญ่โต  โดยที่ไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบจาการออกคำสั่งนั้นอย่างเป็นระบบ เสียก่อน 

โดยตาม รธน.มาตรา3,58,78  ได้ให้ความคุ้มครองสิทธิของประชาชนไว้  และเป็นหน้าที่ ๆ รัฐจะต้องกระทำ แต่กลับละเมิด  โดยใช้อำนาจกระทำการเยี่ยงระบบเผด็จการ และสร้างความเดือดร้อนเสียหายทั้งชีวิตและทรัพสินย์แก่ประชาชน หลายภาคส่วนอย่างใหญ่โต    ทั้งๆ ที่ภาครัฐสามารถจัดให้มี ระบบ แอพพลิเคชั่นต่างๆ   ที่ทันสมัย สามารถแจ้งให้ ประชาชนสามารถเข้าลงทะเบียน  นำความเห็น ปัญหา อุปสรรค  เข้าสู่กระบวนการในการพิจารณาตัดสินใจของผู้มีอำนาจออกประกาศ คำสั่ง  ก่อนได้   ข้อเสนอพิจารณา

 หากยังคงละเมิดสิทธิของประชาชน ปฏิบัติกระทำการที่ขัดแย้งต่อ รธน.ฯเช่นนี้จะถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ ที่เป็นปฏิปักษ์ กับระบอบการปกครอง  และก่อให้เกิดความเสียหาย ขอให้มีการเสนอ หรือมีคำสั่งยังส่วนที่เกี่ยวข้องให้มีการจัดการให้ประชาชน ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง  เข้าสู่ระบบการรับฟังความคิดเห็น รับฟังปัญหา อุปสรรค หารือ ให้เป็นที่ยอมรับร่วมกัน  

โดยมุ่งหมายเพื่อก่อให้เกิดการระงับหยุดยั้ง การแพร่เชื้อ ด้วยวิธีการที่สร้าง ผลกระทบแก่ประชาชน ส่วนที่เกี่ยว ข้องให้น้อยที่สุด  และไม่สร้างภาระเกินสมควรแก่ประชาชน 

ข้อ5 การไม่กำหนด องค์ประกอบ รูปแบบที่เหมาะสมของ หนังสือรับรองการตรวจคัดกรอง covid-19 ด้วยชุดตรวจ atk  ทำให้ประชาชน ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายที่สูงมาก  เพื่อการรับรองการตรวจคัดกรอง ก่อนเข้าพื้นที่บังคับ ข้อเท็จจริงสภาพที่ปรากฏ

ตามสิ่งที่อ้างถึง 3 คำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่  4202/2564  ข้อ1 วรรคท้าย   โดยผู้ได้รับการยกเว้นตามกรณีดังกล่าวข้างต้น ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด – 19  ชนิดซิโนแวค (Sinovac) , ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ครบ 2 เข็ม   หรือซิโนแวค (Sinovac) เข็ม 1 แอสตราเซนิกา (AstraZeneca) เข็ม 2   หรือได้รับวัคซีนชนิดแอสตราเซนิกา (AstraZeneca) , ไฟเซอร์ (Pfizer) , โมเดอร์นา (Moderna) , จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน(Johnson and Johnson) จำนวน 1 เข็ม มาแล้วเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน 

หรือเป็นผู้ที่หายจากอาการป่วยด้วยโรคโควิด – 19 มาแล้วไม่เกิน 90 วัน และ ต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด – 19 ด้วยวิธีการ RT – PCR หรือวิธีการAntigen Test มาจากนอก พื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนการเดินทางถึง ประกอบกับการเข้าพื้นที่อุตสาหกรรม โรงงาน  โดยมากของผู้เกี่ยวข้อง  หรือผู้ที่ต้องไปปฏิบัติภารกิจในเขตอุตสาหกรรม  ได้มีระเบียบออกมาว่า ต้องได้รับการตรวจatk  และต้องมีใบรับรองการตรวจ โดยต้องมีผลเป็นลบ

ปัจจุบันได้มีการอนุญาตให้ประชาชนสามารถซื้อได้เองตามร้านขายยาได้  และกระบวนการตรวจด้วยตนเองสามารถกระทำได้ไม่ยุ่งยาก มีสื่อภาพวิดีโอคลิป และเอกสารกำกับภาษาไทย เข้าใจได้โดยทั่วไป    แต่หนังสือรับรองการตรวจ atk นั้น ต้องได้จาก สถานพยาบาลหรือคลินิก ซึ่งโดยมากมีค่าใช้จ่าย สูงตั้งแต่ 500-1000 บาท   ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายต่อผู้ที่จะต้องใช้ใบรับรองในการเข้าพื้นที่

ซึ่งล่าสุด สธ.ได้มีการเปิดอบรม อสม.เจ้าหน้าที่ทั่วไป ในการใช้ และตรวจด้วย atk  ดังนั้น ไม่มีความจำเป็นจะต้องได้รับใบรับรองจากแพทย์ในการรับรองการตรวจ atk    แต่พึงจะมีเพียงใบรับรองพยานการตรวจด้วยatk ก็จะทำให้ประชาชนผู้ต้องเข้าเขตเฉพาะที่ต้องได้รับการตรวจคัดกรองด้วยatk  มีค่าใช้จ่ายภาระเท่าที่จำเป็นได้  ซึ่งชุดatk ปัจจุบันสามารถหาซื้อได้ในราคา 100+ ถึง300+ บาท เท่านั้น  ข้อเสนอพิจารณา

กรณีที่เกิดขึ้นเป็นภาระอันเกินจำเป็น  ที่ภาครัฐส่วนที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องออกระเบียบประกาศ โดยเสนอดังนี้

ให้มีประกาศ การคัดกรองบุคคลก่อนเข้าพื้นที่เฉพาะกรณีต้องตรวจด้วย atk  กระทำได้ โดย

5.1 ให้ผู้ต้องเข้าเขตเฉพาะ นำชุดatk มาพร้อมตน (หรือชุดตรวจatkมีภาครัฐจัดให้ไว้) และให้ จนท.ดูแลการตรวจatkเขตเฉพาะนั้น เป็นพยาน  หรือ ตรวจก่อนเข้าพื้นที่ 

5.2 ให้มีแบบฟอร์ม  ใบรับรองพยานการตรวจ atk (เพื่อเข้าพื้นที่เฉพาะ) โดยมีร่างตามสิ่งที่แนบมาด้วย

โดยข้อจำกัด  ผู้เป็นพยาน  ไม่จำเป็นต้องเป็นแพทย์  ให้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ /อสม. /รพ.สต. /อาสากู้ภัย/ พนักงานสอบสวน / จนท.ตร./จนท.ปกครอง / จนท.อปท./จนท.ทหาร(ยกเว้นทหารเกณฑ์)……. ฯลฯ

ผลที่จะได้รับ ทำให้ ประชาชนผู้ต้องเข้าเขตพื้นที่เฉพาะที่ต้องคัดกรองด้วย atk มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด 

ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น อาศัยบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ,25,41,43,47 ,58,63,78 ประกอบมาตรา 51 และ พรบ.บริหารราชการแผ่นดิน  ,พระราชกฤษฎีกา  2546  มาตรา 6,7,8 ,26  ขอกราบเรียนฯพณฯโปรดนำเสนอ มีบัญชาต่อส่วนที่เกี่ยวข้อง นำเข้าพิจารณา โดยพลัน นายพลภาขุนกล่าวในที่สุด